เกาะหินงาม จังหวัดสตูล หากเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและสร้างความแปลกตาให้แก่นักเดินทางมากที่สุดในไทย ชื่อของ เกาะหินงาม จังหวัดสตูล จะต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เกาะขนาดเล็กแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันกเฉียงใต้ของเกาะอาดัง ในเขตพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ความมหัศจรรย์อันเป็นหนึ่งเดียวคือการเป็นเกาะที่ไร้หาดทรายอย่างสิ้นเชิง แต่ถูกทดแทนด้วยก้อนหินกลมมนสีเทาดำขนาดไล่เลี่ยกันเรียงรายทับถมอยู่เต็มชายหาด ในทางธรณีวิทยาหินเหล่านี้คือ “หินฮอร์นเฟลส์” (Hornfels) ที่ผ่านกระบวนการกัดกร่อนและขัดสีจากคลื่นลมข้ามกาลเวลานับล้านปี จนเกิดเป็นความมันวาวสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับยามเมื่อน้ำทะเลซัดสาดเข้ากระทั่งชายฝั่ง นอกเหนือจากความงามทางกายภาพแล้ว หาดหินดำ แห่งนี้ยังอบอวลไปด้วยตำนานความเชื่อเรื่อง คำสาปเจ้าพ่อตะรุเตา ที่จารึกไว้บนแผ่นป้ายเตือนใจนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ผู้ใดที่บังอาจเก็บหินงามออกไปจากเกาะแห่งนี้ ผู้นั้นจะพบแต่ความหายนะนานัปการ ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้เกาะหินงามยังคงรักษามรดกทางธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน
กิจกรรมที่น่าสนใจของเกาะหินงาม จังหวัดสตูล
กิจกรรมบนหาดหินสุดอันซีน (Beach & Geological Exploration)
• เดินทอดน่องสัมผัสหาดหินดำกลมมน: ถอดรองเท้าสัมผัสความเกลี้ยงเกลาของ “หินฮอร์นเฟลส์” นับล้านก้อนที่ถูกคลื่นซัดจนกลมมนไร้เหลี่ยมคม (แนะนำให้เดินช่วงเช้าหรือเย็นเพราะช่วงเที่ยงหินจะอมความร้อนจากแดดจนร้อนจัด)
• ชมปรากฏการณ์ “หินต้องน้ำ” สีดำมันวาว: รอดูจังหวะที่คลื่นทะเลซัดสาดขึ้นมาปะทะก้อนหินบนชายหาด ซึ่งจะทำให้หินเปลี่ยนจากสีเทาดำด้านๆ กลายเป็นสีดำขลับสะท้อนแสงแดดมันวาวราวกับนิลเคลือบเงา สวยงามตระการตามาก
• ถ่ายภาพเช็คอินมุมมหาชนคู่ป้ายตำนานคำสาป: ถ่ายรูปคู่กับชายหาดหินสีดำตัดกับน้ำทะเลสีมรกตใส และแวะถ่ายภาพกับป้ายจารึก คำสาปเจ้าพ่อเจ้าแม่ตะรุเตา แลนด์มาร์กสำคัญที่เตือนใจไม่ให้นักท่องเที่ยวหยิบหินกลับไป
กิจกรรมทางทะเลและโลกใต้น้ำ (Snorkeling & Marine Life)
• ดำน้ำตื้นชมปะการังที่หลังเกาะหินงาม: บริเวณด้านหลังเกาะเป็นจุด ดำน้ำเกาะหลีเป๊ะ ชั้นเยี่ยมที่มีน้ำใสและคลื่นลมสงบ คุณสามารถลงไปดำน้ำตื้น (Snorkeling) ชมแนวปะการังโขด ปะการังสมอง และปลาทะเลสีสันสดใส เช่น ปลาการ์ตูน และปลาเสือพ่นน้ำ ได้อย่างง่ายดาย
• ล่องเรือหางยาวเชื่อมต่อร่องน้ำจาบัง: เนื่องจากเกาะหินงามอยู่ใกล้กับ “ร่องน้ำจาบัง” มาก นักท่องเที่ยวนิยมจัดกิจกรรมนั่งเรือหางยาวแวะสลับกัน เพื่อไปชมความมหัศจรรย์ของปะการังเจ็ดสีอันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นไฮไลต์ที่จับคู่ท่องเที่ยวร่วมกันได้อย่างครบรส
เวลาเปิด-ปิด และช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
• เวลาเปิดทำการ: เปิดให้เยี่ยมชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
• ช่วงเวลาแนะนำ: ควรเดินทางไปในช่วงเวลา 08:00 – 16:00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เรือหางยาวนำเที่ยวให้บริการ และแสงแดดจะส่องกระทบหินดำจนเกิดความเงางามระยิบระยับ
• การประกาศปิดจุดท่องเที่ยวประจำปี: ทางอุทยานแห่งชาติตะรุเตาจะประกาศปิดจุดดำน้ำและการท่องเที่ยวบริเวณโดยรอบเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติในช่วงมรสุม ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน ของทุกปี (แนะนำให้เช็คประกาศก่อนเดินทางอีกครั้ง)
ค่าเข้าชม (ค่าธรรมเนียมอุทยานฯ)
การขึ้นเกาะหินงามจะใช้บัตรค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาใบเดียวกันกับที่ชำระมาจากท่าเรือปากบาราหรือเกาะหลีเป๊ะ
• ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
• ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 100 บาท
• ข้อแนะนำ: ต้องพกตั๋วอุทยานฯ ตัวจริงติดตัวใส่ซองกันน้ำไว้เสมอ เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ประจำอยู่บนเกาะคอยตรวจเช็คตั๋วก่อนให้ขึ้นเกาะ
กฎข้อปฏิบัติและข้อระวังบนเกาะหินงาม (กฎเหล็กที่ต้องรู้)เนื่องจากเป็นเกาะอันซีนที่มีความเชื่อเฉพาะตัวและเป็นระบบนิเวศน์แบบพิเศษ จึงมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก
1. ห้ามนำหินออกจากเกาะเด็ดขาด (ตำนานคำสาป): ตามป้ายคำเตือน 3 ภาษาที่จารึกไว้บนเกาะ ห้ามเก็บหินหรือสิ่งของธรรมชาติใดๆ ออกไปเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดทางกฎหมายอุทยานฯ และตามความเชื่อท้องถิ่นจะได้รับผลจากคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา
2. ห้ามนำหินมาเรียงตั้งซ้อนกัน: ทางอุทยานฯ มีกฎ ขอความร่วมมืองักการนำก้อนหินมาเรียงตั้งเป็นคอนโดหรือเจดีย์หิน เนื่องจากเวลาลมพัดหรือน้ำซัดกองหินล้มลงมา ก้อนหินจะกระแทกกันจนแตกหักเสียหาย ทำลายความสวยงามตามธรรมชาติ
3. ต้องสวมรองเท้าขณะเดินบนหาดหิน: เนื่องจากเกาะนี้ไม่มีหาดทราย มีแต่ก้อนหินสีดำ ซึ่งก้อนหินจะสะสมและอมความร้อนจากแสงแดดไว้สูงมากในช่วงกลางวัน หากเดินเท้าเปล่าจะร้อนจนเท้าพองได้ จึงจำเป็นต้องสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าลุยน้ำเสมอ
4. ห้ามจับ สัมผัส หรือให้อาหารสัตว์น้ำ: ในจุดดำน้ำตื้นบริเวณท้ายเกาะ ห้ามเหยียบย่ำปะการัง และห้ามจับต้องสิ่งมีชีวิตใต้น้ำทุกชนิด
5. รักษาความสะอาด: บนเกาะไม่มีถังขยะสาธารณะขนาดใหญ่และไม่มีร้านค้า นักท่องเที่ยวต้องเก็บขยะและขวดน้ำทุกชิ้นกลับไปทิ้งที่ที่พักบนเกาะหลีเป๊ะเท่านั้น
