เกาะราวี จังหวัดสตูล คือจุดหมายปลายทางที่จะเปลี่ยนมุมมองการท่องเที่ยวของคุณไปตลอดกาล เกาะราวีเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่โตเป็นอันดับต้นๆ ในเขต อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตั้งอยู่เคียงคู่กับเกาะอาดังโดยมีร่องน้ำลึกกั้นกลาง ความโดดเด่นของเกาะแห่งนี้คือการรักษาภาพสะท้อนของ ทะเลอันดามัน ยุคดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ชายหาดรอบเกาะโอบล้อมด้วยผืนน้ำทะเลที่ใสสะอาดราวกับคริสตัลสีฟ้าคราม สลับกับทิวแถวของพันธุ์ไม้ชายหาดโบราณที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่นักเดินทางอย่างอบอุ่น การได้ย่างก้าวมาสัมผัสผืนดินแห่งนี้จึงให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สงบเงียบ และตัดขาดจากโลกภายนอกอันแสนวุ่นวายได้อย่างแท้จริง
เกาะราวี จังหวัดสตูล กิจกรรมทางทะเลและโลกใต้น้ำ (Snorkeling & Beach Life)
• ดำน้ำตื้นชมปะการังชายฝั่งริมอ่าว: แนวชายหาดของเกาะราวี (โดยเฉพาะบริเวณอ่าวแม่หม้ายและหาดทรายขาว) มีจุด ดำน้ำเกาะราวี ที่น้ำใสสะอาดมาก คุณสามารถเดินลุยน้ำออกจากหน้าหาดไปเพียงเล็กน้อยเพื่อชมปะการังแข็ง ปะการังโขด และฝูงปลาการ์ตูนสีสันสดใสได้อย่างง่ายดาย
• ว่ายน้ำในทะเลใสและนอนพักผ่อนใต้ร่มสน: ชายหาดของเกาะราวีขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและมีแนวต้นสนทะเลโบราณคอยให้ร่มเงาตลอดแนวหาด เหมาะแก่การลงไปเล่นน้ำทะเลใสราวกระจก หรือนอนพักผ่อนอ่านหนังสือริมหาดทรายขาวนุ่มเท้า
กิจกรรมเดินป่าและส่องสัตว์ป่าหายาก (Eco-Trekking & Wildlife Watching)
• เดินป่าศึกษาธรรมชาติและตามรอยน้ำตกกลางป่า: เกาะราวีมีผืนป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำจืด บนเกาะมีเส้นทางเดินป่าระยะสั้นตัดผ่านป่าดงดิบเพื่อเข้าไปชมน้ำตกและลำธารธรรมชาติกลางเกาะ
• ส่องนกเงือกและสัตว์ป่าเจ้าถิ่น: เนื่องจากธรรมชาติได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวด ระหว่างเดินเล่นบนเกาะคุณจะมีโอกาสสูงมากที่จะได้ยินเสียงร้องและพบเห็น นกเงือก (นกแก๊ก) บินลงมาหากินตามทิวไม้ริมหาด รวมถึงนกเหยี่ยวทะเลและค่างแว่นถิ่นใต้
กิจกรรมไลฟ์สไตล์และพิกัดถ่ายรูป (Photography & Picnic)
• ถ่ายภาพเช็คอินชิงช้าไม้และขอนไม้ริมหาด: ตามแนวชายหาดหลักของเกาะจะมีชิงช้าไม้ผูกไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ และมีขอนไม้ธรรมชาติที่ทอดตัวลงสู่ทะเล ซึ่งเป็นมุมถ่ายรูปมหาชนที่ตัดกับสีฟ้าของ ทะเลอันดามัน ได้อย่างลงตัว
• จัดทริปปิกนิกอาหารกลางวันริมหาด: เกาะราวีเป็นพิกัดยอดฮิตที่เรือนำเที่ยวมักพานักท่องเที่ยวมาแวะพักรับประทานอาหารกลางวันแบบกล่องฟีลปิกนิกริมชายหาด ท่ามกลางลมทะเลเย็นๆ และบรรยากาศที่ปราศจากความวุ่นวาย
เวลาเปิด-ปิด และฤดูกาลท่องเที่ยว
• เวลาเปิดทำการประจำวัน: เปิดให้ท่องเที่ยวและแวะพักผ่อนได้ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น. (นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะพักรับประทานอาหารกลางวันและเล่นน้ำที่หาดทรายขาวในช่วงเวลา 11:00 – 14:00 น.)
• การปิดท่องเที่ยวประจำปี (ช่วงมรสุม): ประกาศอุทยานแห่งชาติตะรุเตาล่าสุด กำหนดปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบริเวณเกาะราวี (หาดทรายขาว) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน ของทุกปี เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูและเพื่อความปลอดภัยจากคลื่นลมแรงในฤดูมรสุม
• ช่วงฤดูกาลเปิดท่องเที่ยว: เปิดให้เข้าชมเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม ของทุกปี
ค่าเข้าชม (ค่าธรรมเนียมอุทยานฯ)
การเข้าเกาะราวีต้องชำระค่าธรรมเนียมเข้าเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา (ตั๋วใบนี้มีอายุการใช้งานและสามารถใช้แสดงเพื่อตรวจเข้าสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในโซนนี้ได้ เช่น เกาะอาดัง เกาะหินงาม ร่องน้ำจาบัง):
• ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
• ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 100 บาท
• ข้อแนะนำ: ควรพกตั๋วอุทยานฯ ตัวจริงใส่ซองกันน้ำติดตัวไว้ตลอดเวลาขณะออกเรือ เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ ตต. 6 (หาดทรายขาว) คอยเรียกตรวจเช็คตั๋วเมื่อเรือเข้าเทียบหาด
กฎข้อปฏิบัติและข้อระวังของอุทยานฯ
เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะราวี นักท่องเที่ยวทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด:
1. กฎเหล็กเรื่องการขจัดขยะแบบ “นำกลับไปทิ้งฝั่ง”: เนื่องจากเกาะราวีเป็นเกาะห่างไกลและไม่มีเตาเผาขยะขนาดใหญ่ อุทยานฯ มีกฎห้ามทิ้งขยะสะสมไว้บนเกาะ นักท่องเที่ยวจะต้องเก็บเศษอาหาร ขวดน้ำพลาสติก และขยะทุกชิ้นที่ตัวเองนำมา นำกลับขึ้นเรือไปทิ้งที่พักบนเกาะหลีเป๊ะหรือบนฝั่งเท่านั้น
2. ห้ามนำกล่องโฟมและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเข้าเกาะ: ทางอุทยานฯ รณรงค์และกวดขันห้ามนำบรรจุภัณฑ์โฟม ถุงพลาสติกหูหิ้ว หรือแก้วพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งเข้ามาในพื้นที่ เพื่อป้องกันอันตรายต่อสัตว์ป่าเจ้าถิ่นอย่างนกเงือกหรือลิงที่อาจจะมาคุ้ยขยะกิน
3. ห้ามรบกวนหรือให้อาหารสัตว์ป่าดั้งเดิม: บนเกาะราวีมีระบบนิเวศป่าที่สมบูรณ์และมีนกเงือกบินลงมาหาอาหารตามริมหาด ห้ามนักท่องเที่ยวให้อาหารปลาทะเล ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า และห้ามส่งเสียงดังรบกวนธรรมชาติ
4. ห้ามเก็บ ยึดครอง หรือทำลายสิ่งของในธรรมชาติ: ห้ามเก็บเศษปะการัง เปลือกหอยสวยงาม หรือหินชายหาดกลับไปเป็นของที่ระลึกอย่างเด็ดขาด ให้เก็บไปเพียงรูปภาพและความทรงจำเท่านั้น
5. ระมัดระวังแนวปะการังตอนน้ำลด: ในช่วงบ่ายที่น้ำทะเลเริ่มลดระดับลงต่ำ แนวปะการังน้ำตื้นรอบชายหาดจะอยู่ใกล้ผิวน้ำมาก ห้ามยืนเหยียบ ย่ำ หรือเตะโดนปะการัง และควรขึ้น-ลงเรือหางยาวตามจุดที่กัปตันเรือระบุไว้เพื่อความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้ท้องเรือไปกระแทกแนวปะการัง
